ครูกลับใจไม่เออลี่ ผวาค่าครองชีพพุ่ง

 พิษน้ำมันแพง! ครูเกือบพันคน กลับใจถอนตัวไม่ขอเออรี่รีไทม์ เหตุค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นทุกวัน หวั่นลูกอดเรียน ไม่มีเงินผ่อนบ้านผ่อนรถ ขณะที่ครูอีกกลุ่มจำใจเออรีฯ เพราะป่วยหนัก  ผู้บริหารร.ร.โอด!ครูเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เผยใช้มาตรการลดงานสอนเหลือ 5 วัน  วอนรัฐบาลจัดสวัสดิการให้ครูได้สิทธิใช้พลังงานราคาถูก    
 
 เงินจำนวน  15 เท่าของเงินเดือนงวดสุดท้าย  ดูเหมือนสร้างแรงจูงใจให้ครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ที่มีสิทธิเข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ เออรี่รีไทม์ ทั้งสิ้นจำนวน 249,913 คน พอมีความหวังที่จะนำเงินก้อนสุดท้ายของชีวิต นำมาใช้จับจ่ายใช้สอยได้บ้างภายหลังเกษียณ ทว่าในความเป็นจริงมีครูแค่เพียง 14,096 คน  ที่ขอเออรีรีไทม์  แต่ในจำนวนนี้มีครูเกือบ 1,000 คน ที่กลับใจขอกลับเข้ารับการข้าราชการครูเหมือนเดิม  เพราะกังวลจะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก แถมยังต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ
  
 แหล่งข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ รายหนึ่งเปิดเผยว่า จนถึงวันที่ 12 มิ.ย.2551 มียอดรวมข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ที่ขอเออรี่ฯทั้งหมด จำนวน 13,180 ราย จากเดิมขอมาทั้งหมด 14,133 ราย  ที่เหลือเกือบพันคนที่กลับใจไม่เออรี่ฯ  ซึ่งจากจำนวนข้าราชการครูที่อายุเกิน 55 ปี หรือปฏิบัติงานมาแล้วเกิน 25 ปี ที่มีคุณสมบัติขอเข้าร่วมโครงการได้ทั้งหมด 249,913 ราย แต่ สพฐ.ได้โควตาแค่ 12,495 ราย

 ทั้งนี้ จำนวนข้ราชการครูที่ขอเออรี่ฯ แยกตามจังหวัด ดังนี้ สพท.กทม. 1 จำนวน 251 คน สพท.กทม.2 จำนวน 227 ราย สพท.กทม.3 จำนวน 187 ราย   นนทบุรี 163 ราย ปทุมธานี 147 ราย  กาญจนบุรี1149 ราย  กาญจนบุรี 3 จำนวน 20 ราย , นครปฐม 206 ราย ราชบุรี 240 ราย ชัยนาท จำนวน 65 ราย อยุธยา 207 ราย สุพรรณบุรี 179 ราย  อ่างทอง  98 ราย  อุทัยธานี 94 ราย ฉะเชิงเทรา 131 ราย ชลบุรี จำนวน 173 ราย ระยอง 107 ราย เชียงราย จำนวน 261 ราย เชียงใหม่ จำนวน 290 ราย  น่าน 202 ราย พะเยา 166 ราย ลำปาง 260 ราย ลำพูน 145 ราย เลย 197 ราย กำแพงเพชร  128 ราย  นครสวรรรค์ 299 ราย พิษณุโลก 224 ราย แพร่ 196 ราย อุตรดิตถ์ 153 ราย
 

กาฬสินธุ์  177 ราย , ขอนแก่น 351 ราย    , ชัยภูมิ  215 ราย  นครราชสีมา 417 ราย นครพนม 97 ราย บุรีรัมย์ 245 ราย มุกดาหาร 79 ราย มหาสารคาม 153 ราย ยโสธร 104 ราย ร้อยเอ็ด 227 ราย ศรีสะเกษ 288 ราย สกลนคร 169 ราย สุรินทร์ 275 ราย หนองคาย 128 ราย หนองบัวลำพู 114 ราย  อุดรธานี 287 ราย อุบลราชธานี 382 ราย  ตรัง  246 ราย  นครศรีธรรมราช  324 ราย นราธิวาส 136 ราย ปัตตานี 111 ราย พังงา 88 ราย พัทลุง 202 ราย ภูเก็ต 120 ราย ยะลา 118 ราย ระนอง 28 ราย สงขลา 370 ราย สตูล 120 ราย  สุราษฎร์ธานี 301  ราย  สพฐ.36 ราย การศึกษาพิเศษ 29 ราย

   ครูศิริพร   จันทร์ทองนิ่ม ครูสอนวิชาสังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ระดับชั้นม.1 ร.ร.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง  วัย 55 ปี   กล่าวว่า   ที่ขอเออรี่รีไทม์เพราะมีปัญหาสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เนื่องจากเมื่อ 2 ปีก่อน เส้นเลือดในสมองแตก อีกทั้งยังป่วยเป็นโรคความดันสูง จึงอยากจะหยุดพักผ่อน เพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง เพราะไม่อยากรักษาด้วยการกินยา

 "ครูสอนหนังสือมา 33 ปี  รักอาชีพครูมาก และภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับเด็ก ๆ   แต่จำเป็นจริงๆ ที่ต้องเออรีรีไทม์ เพราะสุขภาพไม่แข็งแรง ประกอบกับไม่มีภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ลูกๆ โตกันหมดและมีงานทำ ไม่มีภาระต้องรับผิดชอบ  คาดว่าวันเวลาที่เหลือกับเงินที่ได้รับประมาณ 1 ล้านบาทคงพอยังชีพอยู่ได้จนวันสิ้นลมหายใจ" ครูศิริพร กล่าว

 ขณะที่ ครูพัชรี  สีสุข  วัย 59 ปี  ครูสอนวิชาภาษาไทย  ระดับชั้นม.2 ร.ร.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง  ยืนยันว่า  ยังรักในวิชาอาชีพครูนี้มาก   แต่มีความจำเป็นที่ต้องขอเอออรีรีไทม์ เพื่อมาดูแลสามีที่ป่วยเป็นโรคหัวใจมาแล้ว 12 ปี  ต้องพาสามีมาพบแพทย์ที่รพ.ศิริราช ด้วยตัวเอง จากเดิมที่มาพบแพทย์ทุกๆ 6 เดือนก็เริ่มถี่ขึ้นปรับมาเป็นทุกๆ 3 เดือน  ทำให้ทุกครั้งที่ต้องพาสามีมาพบแพทย์ที่กรุงเทพฯ  ต้องทิ้งงานสอน ต้องฝากเด็ก 400 ชีวิตให้ครูท่านอื่นช่วยสอน รู้สึกเกรงใจเพื่อนครูมาก และสงสาสารเด็กมาก จำต้องตัดใจขอเออรีรีไทม์

 "รักและภูมิใจอาชีพครูมาก แต่ก็เป็นห่วงคู่ชีวิตที่ต้องกินยาตลอดชีวิตไม่มีใครดูแล  แม้ลูกจะอาสาแต่สามีต้องการให้ครูเป็นผู้ดูแลมากกว่า  ส่วนงานสอนเพื่อไม่ให้กระทบคุณภาพการศึกษา ช่วงนี้ได้ทำหน้าที่แนะนำการสอน   การทำแผนการสอน ให้กับครูคนใหม่ ที่จะมาทำหน้าที่สอนวิชาภาษาไทยแทน" ครูพัชรี  กล่าว 

 นายสมจริง    อินทรักเดช   ผอ.ร.ร.ห้วยยอด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรังเขต2(สพท.ตรัง เขต2 )  กล่าวยอมรับว่า ใจจริงไม่อยากให้ครูเออรีรีไทม์ เพราะจำนวนครูประจำการที่มีอยู่ 84 คน ครูสอนพิเศษอีก  25 คน  ต้องรับผิดชอบนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6(ม.1-6) จำนวน 2600 คน ถือว่าเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษนั้นไม่เพียงพอ  ความจริงยังขาดแคลนครูอยู่ 48 % แต่เข้าใจครูที่ขอเออรี่รีไทม์ เพราะส่วนมากมีปัญหาด้านสุขภาพ ครูบางคนต้องดูแลสามีที่ป่วยหนัก
 

ผอ.ร.ร.ห้วยยอด  กล่าวต่อว่า ในยุคข้าวสารแพง น้ำมันปรับราคาพุ่งขึ้นทุกวัน ครูได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เฉพาะค่าเดินทางเดิมตนจ่ายค้าน้ำมันรถจากบ้านมาถึงโรงเรียนเพียงวันละ 200 บาทก็เพิ่มเป็น 100 % เพราะต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มเป็น 400 บาท ยิ่งครูบางคนมีลูกอยู่ในวันเรียน  ต้องผ่อนบ้านผ่อนรถ ครูกลุ่มนี้เมื่อยื่นขอเออรีรีไทม์ไปแล้วจึงต้องกลับใจ เพราะไม่เชื่อมั่นว่าหากเออรี่ไปแล้วจะมีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ รวมทั้งกลัวว่าบ้านและรถที่ผ่อนจะถูกยึดหากไม่มีรายได้ที่มั่นคง

 "เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพครู ผมใช้มาตาการให้ครูทุกคนลดเวลาสอน จากเดิมที่ครูต้องมาสอนช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ให้กับนักเรียนชั้นม.6ที่เตรียมสอบแอดมิชชั่น ก็ลดเหลือแค่สอนวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ขณะเดียวกันก็มีบริการขายอาหารมื้อเช้าและมื้อเที่ยงราคาแค่ 40 บาท ก็อิ่มท้อง ส่วนนักเรียนก็ขายอาหารให้ในราคาจานละ20 บาทกับข้าว 2 อย่าง เพื่อช่วยเหลือพ่อ แม่ ผู้ปกครอง"ผอ.ร.ร.ห้วยยอด กล่าว
 

ผอ.ร.ร.ห้วยยอด กล่าวต่อไปว่า  ตนขอวิงวอนให้รัฐบาลช่วยครู พ่อ แม่ผู้ปกครองด้วย ในสภาวะค่าครองชีพสูง เช่นอาจจจะจัดสวัสดิการให้ครูได้เปลี่ยนระบบเครื่องยนตร์ที่สามารถเติมแกสแทนน้ำมันได้ในราคาถูก  เชื่อว่าจะช่วยครูให้อยู่ได้ไม่ลำบาก เพราะครูส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพเสริม  ต้องใช้ชีวิตตั้งแต่เวลา 07.30 น.-18.00 น.อยู่กับนักเรียน ไม่มีเวลาไปทำอาชีพอื่น กลับถึงบ้านก็แทบจะหมดแรงแล้ว 
 

นายฉลองชัย  ประภาสโนบล  หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 3 (สพท.ชัยภูมิ เขต3)  กล่าวว่า สพท.ชัยภูมิ เขต 3 มีโควตาครูเออรี่รีไทม์ได้  48 คน  แต่มีครูที่ยื่นขอเออรี่ไปแล้ว จำนวน 7 คนกลับใจ ด้วยเหตุผลแตกต่างกันไป ครูบางท่านเกรงว่าหากเออรี่รีไรท์ไปแล้วเกรงว่าเงินที่ได้รับจะไม่เพียงพอกับการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และที่กลัวมากที่สุดกลัวว่าจะไม่มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ  แต่ครูที่ขอเออรี่ส่วนหนึ่งเพราะหมดห่วงเรื่องภาระค่าใช้จ่ายครอบครัว  อยากจะพักผ่อน รวมถึงมีปัญหาด้านสุขภาพ

 "ครูที่กลับใจไม่เออรี่รีไทม์เพราะคำนึงถึงเรื่องเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่ถีบตัวขึ้นสูงทุกวัน  กลัวว่าหากเออรีไปแล้วจะกระทบต่อครอบครัว  จึงกลับใจรับราชการครูดีกว่าอย่างน้อยก็มีเงินเดือนมั่นคง สวัสดิการดีกว่าหลายอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง" นายฉลองชัย กล่าว

 นายฉลองชัย กล่าวต่อไปว่า โดยภาพรวมครูที่ขอเออรี่รีไทม์  จะเหลือออายุราชการเพียง  1-5 ปี   คาดว่าจะได้รับเงินเออรี่รีไทม์คนละประมาณ 300,000-500,000 บาท เชื่อหากครูที่เออรี่รีไทม์แล้วจะดำรงชีพอยู่ได้แบบไม่ลำบากมากนัก  ซึ่งภาพรวมของครูในพื้นที่มีการตื่นตัวมาก พยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งมาจากการได้รับเงินค่าวิทยะฐานะคนละ 3,500 บาท หรือ 5,600 บาท นั้น ทำให้ครูดำรงชีพอยู่ได้

โดย EduKom
วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2551
พิมพ์หน้านี้