"อภิรักษ์"ชู 5 นโยบายการศึกษา กทม.

  "อภิรักษ์"ดอดพบ"เลขาธิการกพฐ." ชู 5 นโยบายการศึกษาเพื่อหาเสียง ระบุจะกำหนด"สคูลโซน" ในพื้นที่กทม.ครอบคลุมร.ร.กทม.-สพฐ.-เอกชนตั้งกล้องวงจรปิดดูแลความปลอดภัย ดึงนักเรียนทุกสังกัดทำกิจกรรมร่วมกัน ตั้งศูนย์พัฒนาครู ส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ จัดศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
 

 เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2551  นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร นำทีมผู้สมัครเข้าพบคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายการศึกษาที่จะนำไปใช้เป็นนโยบายหาเสียง โดยนายอภิรักษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ที่ผ่านมาตนทำงานในตำแหน่งผู้ว่ากทม. มา 4 ปีมีหน้าที่ดูแลโรงเรียนในสังกักทม. 435 โรง นักเรียนกว่า 4 แสนคน และได้มีโอกาสทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ สพฐ. ครั้งนี้ตนจึงได้มาหารือกับ สพฐเพื่อกำหนดนโยบายพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ 5 แนวทาง

 ดังนี้ 1.จะให้กำหนดพื้นที่ School Zone คลอบคลุมร.ร.ทุกสังกัดในกทม. ทั้ง ร.ร.กทม. สพฐ.และร.ร.เอกชน โดยจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยให้นักเรียน รวมทั้งจะมีการแก้ปัญหาจราจรในเขต School ด้วย โดยได้เริ่มหารือกับห้างสรรพสินค้าขอให้ผู้ปกครองนำรถไปจอดเพื่อส่งบุตรหลานที่ห้างแล้วจัดรถร.ร.รับส่งเด็กจากห้างฯมาร.ร. ช่วงแรกจะเน้นในจุดที่มีปัญหาเรื่องการจราจร เช่น สุขุมวิท สีลม สาทร เป็นต้น

 2.จัดให้นร.ทุกสังกัดได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน ปัจจุบัน กทม.มีศูนย์เยาวชน กทม.อยู่แล้วซึ่งสามารถใช้พื้นที่ได้ นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้นักเรียนทำงานศิลปะ งานประดิษฐ์มาขายหารายได้พิเศษ โดย กทม.อาจจัดถนนคนเดินที่ให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำสิ่งของที่ตนเองประดิษฐ์มาวางขาย รวมถึงจะส่งเสริมให้เด็กมีจิตอาสาร่วมกันดูแลสภาพแวดล้อมด้วย

 3.พัฒนาครูให้มีความรู้ ความสามารถเพิ่มขึ้น โดยจะมีการตั้งศูนย์ Center Excellence ให้เป็นศูนย์ที่ใช้สำหรับพัฒนาครูโดยเฉพาะ รวมทั้งจะมีการให้ทุนครูไปศึกษาเพิ่มเติมที่ต่างประเทศด้วย 4.ส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ด้านต่าง ๆ เช่น ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียน และ 5.จัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ โดยจะนำร่องในเขตประเวศ

 “ที่ผ่านมามีการหารือร่วมกับ สพฐ. เพียงเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา เรื่องการรับเด็กพัฒนาเด็กในพื้นที่ แต่จะไม่ครอบคลุมกับในทุกด้านเหมือนกับครั้งนี้และที่สำคัญจะเน้นให้ครอบคลุมกับทั้งเด็กสังกัด กทม. สพฐ. การศึกษาเอกชนอย่างเท่าเทียมกัน”นายอภิรักษ์ กล่าว

โดย EduKom
วันที่ อังคาร กันยายน 2551
พิมพ์หน้านี้